Hades_de_TU's profileDeath is personified as ...PhotosBlogLists Tools Help

Chathatai Praditkull

Photo 1 of 82

Death is personified as a friendly, affable gentleman who comes to take us for pleasant ride.

God had to judge sin with death, as He warned Adam He would (Genesis 2:17, cf. 3:19).
October 19

ages

ให้ตาย.... ลืมไปแล้วว่ามีสเปซ
เชื่อว่าใครหลายๆคนก็คงรู้สึกเหมือนกัน
แม้ว่าจะยังออนmsn แต่ก็ไม่ค่อยมีใครสังเกตุไอ้ดอกไม้เหลืองที่ปิ๊บๆอยู่หน้าชื่อเพื่อนใช่มั้ย??
 
 
anyway นับจากวันที่อัพครั้งสุดท้ายแล้วน่าจะเกือบสองปีได้... ใช่มั้ย??
ตอนนี้ก็ปีสามแล้ว ให้ตาย ชีวิตนี่มันผ่านไปไวจริงๆ
แต่... ทำไมรู้สึกเหมือนไม่โตขึ้นเลยวะ??
ความทรงจำสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่มันอยู่แถวๆม.ปลาย
แล้วก็ให้ตาย(อีกที) ทำไมตูไม่เลือกจุฬาฟระ??
เชี่ย!!! เลือกม.ผิด คิดจนตัวตายเลย
โธ่.... ไอ้ลูกหมา ทำเป็นรำคาญจุฬายังงั้น เบื่อสยามยังงี้
เดี๋ยวนี้มธ.ไม่ใช่มธ.แบบที่เคยเป็นนี่หว่า
แดกเข้าไปสิอุดมการณ์น่ะ อิ่มมั้ยล่ะ??
ไม่เอาอีกแล้ว ขอประกาศ
อุดมการณ์กับชีวิตตาล จะไม่เดินบนทางเดียวกันอีก แดม!!!
 
ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้ว่าว่ามธ.ไม่ดีแต่อย่างไร
มันเป็นแค่ว่ามันไม่ใช่ มันไม่ฟิตกับสันดานเราเองแล้วกัน
 
ข้ามไป ว่าจะไม่บ่นเรื่องมหาลัยแล้วเชียว ....อดไม่ได้
 
 
จะว่าไปมันก็เคยมีช่วงนึงใช่มั้ย ที่สเปซเป็นสิ่งฮอตฮิตมาก
ถ้าจำไม่ผิดนะ น่าจะซักม.5 หรือ ม.6หว่า??
จะว่าไป เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ไดอารี่ออนไลน์กลับมาฮิตอีกครั้ง
หลังจากที่ฮิตติดชาร์ตถล่มทลายไปเมื่อม.ต้น??
ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าเกลียดไดอารี่ออนไลน์แบบเข้าขั้น
ไม่เคยทำ ไม่เคยเปิดดู
...ก็มันไม่เข้าใจจุดประสงค์นี่
จะบ้าหรอสตามความเข้าใจของเรา ไดอารี่ = เรื่องส่วนตัว
เช่นนั้น การเอาเรื่องส่วนตัว มาเปิดเผยในที่แจ้ง
รวมถึงการให้คนอื่นเข้ามามีความคิดเห็นร่วมด้วยเป็นเรื่องที่ไม่อาจเข้าใจได้
แต่.....ไม่ใช่ตอนนี้นะ ตอนนี้ว่าไม่ได้ เพราะก็แอบมีกะเค้าเหมือนกัน 5555 (แม้จะปล่อยให้เน่าไปก็เถอะ)
คือพอโตขึ้นก็เริ่มจะเก็ทว่า มันก็เป็นที่เขียนระบายอารมณ์อย่างนึง รวมถึงได้แชร์เรื่องราวกับคนหลายๆคน
ตรงนี้แหละที่มันดี เพราะมันออนไลน์ไง ใครก็ไม่รู้มากมายได้มารู้จักกัน ที่ดียิ่งไปกว่านั้นคือเราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ฉะนั้นเวลาหงุดหงิดไม่พอใจกับใครที่รู้จักกันจริงๆเนี่ย ไประบายในนั้นได้ ดีกว่าไปด่ากันให้เสียน้ำใจเปล่าๆ 55555
 
 
anyway นอกเรื่องแล้วไง
กะจะมาพร่ำถึงเรื่องฮิตๆสมัยเก่าๆ เพื่อประจานความแก่ของตัวเอง
 
 
คือ...ชีวิตเนี่ย มันผ่านมาหลายหลากมาก
ไอ้โน่นฮิต ไอ้นี่เอ้าท์ โห...ตามไม่ทัน
จำได้สมัยเด็กๆ มีคอมพิวเตอร์รุ่งที่มันต้องป้อนคำสั่งผ่านดอสอยู่เลย คิดดู
ตอนนั้นเล่นอยู่ 2 เกม aladdin กับ the lionking
ซึ่งก็เพิ่งไปโหลดมาเล่นจนชนะเมื่อไม่นานนี้
(คิดดูว่าใช้เวลาไม่ต่ำกว่า10ปีในการเคลียร์2เกมนี้)
 
 
จำได้ว่าเคยติดรายการดิสนีย์คลับที่มีพี่นัทกับพี่แนนเป็นพิธีกร (ที่ตอนนี้หายไปไหนแล้ว?)
ติดรายการคิตตี้แคท โอ้ว สองรายการสวรรค์เช้าวันเสาร์-อาทิตย์
 
 
แล้วก็มาถึงช่วงตูมตามของบอยแบนด์ฝั่งตะวันตกทั้งหลาย
โอ้ว...บอกมาเลย ช่วงนั้นไม่มีวงไหนที่ตาลจะไม่รู้จัก
ช่วงบอยแบนด์นี่มาพร้อมกับช่วงเพลงแนวป๊อบ
เป็นช่วงที่เพลงดูฟังสบายและติงต๊องที่สุดแล้วก็ว่าได้
ถัดมาเป็นช่วงที่นั่งดู mtv+vh1 แบบทั้งวันทั้งคืน
ทีนี้แหละ เพลงยุค80s ก็ฮอตฮิตติดชาร์ต (ส่วนตัว) ขั้นมาทันที
 
 
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างบนเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับระยะสยามฟีเวอร์
ขอโทษ...ไม่เคยตกเทรนด์ ช่วงนั้นก็ไปสยามกับเค้าทุกอาทิตย์เหมือนกัน (แม้ว่าจะไปเรียนก็เถอะ)
ซึ่งช่วงนี้มาพร้อมกับช่วงที่เบเกอรี่กำลังบูมถึงขีดสุด
สมัยนั้น ช่วงนั้นค่ายนี้เพลงเพราะและแปลกสุดแล้ว
ส่งผลให้ได้ฟังเพลงของโดโจ (และยังคงฟังมาจนถึงทุกวันนี้...ให้ตาย)
 
 
ช่วงนี้เป็นช่วงที่การแชทก็กำลังฮิตเช่นกัน
เราก็เกาะเทรนด์ 5555 แชทในmwebกับเค้าเช่นกัน
ต่อมาไม่นาน ยุคแห่งการแชทหมดไป มาถึงยุคของ icq
ไม่รอช้านั่งโอ๊ะโอกับเพื่อนวันละชั่วโมง
พอ icq เริ่มดัง ก็มี pirch มาสะกัดดาวรุ่ง (แต่ไม่เคยเล่น)
แต่ก็มาขัดแข้งขัดขาได้ไม่นาน msn เจ้าพ่อโปรแกรมแชทออนไลน์ก็ถือกำเนิดขึ้น
แต่ช่วงบูมของมันจริงๆก็ช่วงม.ปลายนี่แหละ
โอ้พระเจ้า... จำได้ว่าที่นั่งแชทกับเพื่อนที่เตรียมตั้งแต่ทุ่มสองทุ้ม ยันเที่ยงคืนตีหนึ่งทุกวัน
จนตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเพื่ออะไร?? ในเมื่อเพิ่งจะแยกกันที่โรงเรียน และเดี๋ยวก็เจอกันที่โรงเรียน
.....ยังไงก็ตาม ช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่ msn addicted มากๆ
 
 
หลังจากนั้น.... เอนท์
 
หลังจากนั้น.... ก็นี่ไง
 
ที่เขียนมาทั้งหมด อนุมานได้ว่าคิดถึงวัยเด็ก อยากกลับเป็นเด็กเหมือนเดิม
แต่ทั้งๆที่อยากจะหลุดพ้นความเป็นเด็กนั้นแล้ว
 
 
แบบ.... รู้ว่าต้องโตแล้ว แต่พอคิดย้อนกลับไป มันก็ยากที่จะสลัดความรู้สึกเหล่านั้นได้
ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นมั้ย ...เวลาที่นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆในอดีต เราไม่ได้จำได้แต่ภาพ หรือจำได้แต่เรื่องราว
แต่ยังจำได้ถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า และหลังจากนั้น คือจำได้ว่าเหิดอะไรขึ้น แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไง
ที่สำคัญคือจำความรู้สึกทั้งหมดนั้นได้ด้วย
ฉะนั้นมันเลยดูยากมากๆ ที่จะ let go ไอ้ความรู้สึกนึกคิดต่างๆนั้น เพื่อนที่จะก้าวเข้าไปสู้การรับรู้และความรู้สึกใหม่ๆ
 
 
ตอนนี้.... ก็ยังชอบไปเดินสยามเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่เหมือนเดิม
แต่ทุกครั้งที่ไปเดิน มันเหมือนหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัว หลุดเข้าไปในสมัยที่มันเคยเป็น
ยังชอบเจอเพื่อนเดิมๆ (แม้ว่าเพื่อนมันก็ไม่เหมือนเดิม) ด้วยเหตุที่ว่าพอเจอแล้ว ก็จะหลุดเข้าไปในโลกที่มันเป็นเหมือนเดิม
แต่พอหลุดกลับมาโลกปกติ ก็รู้ได้ว่า มันไม่เหมือนเดิม เลยอยากจะเปลี่ยนไปด้วย (ง่ายๆคืออยากจะโตพร้อมมันไปด้วยเนี่ยแหละ)
 
 
ฉะนั้น.... อยากจะหาวิธีที่ยังคงจำความรู้สึกเดิมๆได้ และเรียนรู้ที่จะรู้สึกอะไรใหม่ๆได้ในเวลาเดียวกัน
ใครมีวิธีบ้าง??
 
December 04

Black & White

เคยคิดมั้ยว่า....
 
ทำไมสีขาวต้องเป็นตัวแทนของความดี  แล้วสีดำ ย่อมอยู่คู่กับความชั่วร้ายเสมอ??
 
วันนี้ได้ดูการ์ตูนเรื่อง The Nightmare Before Christmas การ์ตูนสุดเก่า และสุดเก๋าของ Tim Burton
ตอนเด็กๆ ดูไปก้อไม่คิดอะไรหรอก จำได้ว่าที่ชอบเพราะว่าเพลงมันเพราะ แล้วรู้สึกว่ามันเจ๋งดีที่ใช้วิธี stop motion
 
แต่วันนี้การ์ตูนที่เคยดูในสมัยยังเด็ก ทำให้เราคิดอะไรได้มากขึ้น
เรารู้สึกว่า...Halloween ไม่ใช่เทศกาลแห่งความตายที่ต้องมีบรรยากาศของสิ่งชั่วร้าย
แบบเดียวกับที่ Christmas ก็ไม่ใช่เทศกาลที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ
 
จริงๆแล้วไม่ว่าจะเป็น Santa หรือ Jack ต่างก็ทำแบบเดียวกัน...คือทำสิ่งที่ตัวเองถนัด
เพราะในการ์ตูนเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า หาก Jack อยากจะกลายเป็น Santa Christmas ล่ะก็
อย่างดีที่สุด Christmas นั้น ก็เป็นเพียง Christmas กึ่ง Halloween นั่นเอง
คงจะเป็นแบบเดียวกันแน่ๆ หาก Santa จะอุตริลุกขึ้นมาจัดงานวัน Halloween
 
หรือเราอาจจะได้เห็นการ์ตูนเรื่องใหม่ ชื่อ Sweet dream Before Halloween ก็ได้...ใครจะรู้ ^^
 
ฉะนั้นแล้วมันไม่ได้หมายความว่าเทศกาลนั้น"หมายความ"ว่าอย่างไร แต่มันหมายถึงเทศกาลนั้นมี"หน้าที่"อย่างไรต่างหาก
 
เราเคยอ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว จากหนังสือทำมือของชมรมของนัวร์
มันเขียนประมานว่าคนไม่ชอบสีดำของกลางคืน เพราะมันดำมืด มองอะไรไม่เห็น
แต่ชอบสีขาวของแสงแดด ในยามกลางวันที่มันช่วยทำให้โลกนี้สดใสมากกว่า
ในขณะที่คนมักจะลืมคิดไปว่าในสีขาวสว่างจ้านั้น....มันก็ทำให้ไม่เห็นอะไรเลยได้เช่นกัน
 
แต่ว่าโดยส่วนตัว เราชอบสีดำมากกว่า เพราะแม้ว่าจะดำสุดขั้วหรือขาวสุดขีดมันจะทำให้มองไม่เห็นเหมือนกัน
แต่อย่างน้อยดำสนิทก้อไม่ทำให้เราแสบตาเหมือนสีขาวล้วนนี่....หรือใครว่ายังไง??
 

 
Post-script
 
miz : ไอ้เปอร์เซียสีดำ รีบๆกลับมาสิฟระ!!
miz : my space....กว่าจะได้อัพ เกือบเน่าแน่ะ
miz : my mobile คนใจร้ายขโมยไปทามม๊ายยย 
 
 
 
September 27

ตารางสอบ

ขอโทดที่ไม่ได้เข้ามาอัพซะนาน จนสเปซเน่าแล้วมั้งเนี่ย
ไว้สอบเสดจะเข้ามาอัพนะ  สันยาๆๆๆ
ตอนนี้ขอแปะตารางสอบของตาลก่อนละกัน  5555
คิดถึงๆๆ จุ๊บๆๆๆ
 
 
วัน เวลา รหัสวิชา sec_gr สถานที่สอบ ห้อง โต๊ะที่ วิทยาเขต
07 ต.ค. 2549 13.00-16.00 TU130 5400 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ SC-2006 33 รังสิต
09 ต.ค. 2549 13.00-16.00 EL172 0804 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ SC-1002 133 รังสิต
10 ต.ค. 2549 09.00-12.00 TU111 2300 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ SC-1035 26 รังสิต
11 ต.ค. 2549 13.00-16.00 TU120 9000 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ SC-3033 38 รังสิต
13 ต.ค. 2549 09.00-12.00 TU112 0600 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ SC-1043 2 รังสิต
20 ต.ค. 2549 13.00-16.00 LA100 0101 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ SC-3033 60 รังสิต
July 05

ความสุข

เค้าว่ากันว่า......
ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....
การตกหลุมรักใครสักคน
การได้จูบครั้งแรก
การได้หัวเราะจนท้องแข็ง
การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง
การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม
การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ
การได้นอนฟังเสียงฝนตก
เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น
การสอบเสร็จ
การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก
การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว
การได้ยิ้มกับใครสักคน
การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก
การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
การถูกชมอย่างกะทันหัน
การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ
การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา
การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม
การมีเพื่อนใหม่
การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเจอหน้าเค้าคนนั้น
การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ
การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข
การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่
การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย
การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้
การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ
ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก
ข้างบนเปน FWD mail ทีเพิ่งได้รับมา
อ่านๆไปก็รู้สึกว่ามันก้อจิงนะ
ตอนนี้ตาลกำลังอยู่ในช่วง sensitive กับเรื่องความรักอยู่...ไม่ดีเลย
โอย....พูดไปก็หงุดหงิด
ทำไมมันช่างสับสน วุ่นวาย ยุ่งเหยิงอะไรเช่นนี้เนี่ยยย
 
จะมีวันไหนมั้ย ที่เธอจะบอกซักทีว่าคิดยังไง
เมื่อไหร่ ที่เธอจะเชื่อในตัวชั้น
เมื่อไหร่...เธอจะรักชั้นซักที...
 
May 30

รับเพื่อนใหม่

ฮัลเล่.....กลับมาแย้วววววว
หลังจากไม่อยู่เปนเวลา 3วัน 2คืน
ไปรับเพื่อนใหม่คณะมา
อ่ะๆ....สำหรับใครที่ยังมะรุ
ตาลติด นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เว้ยยย  เย้ๆๆๆ
 
รับเพื่อนใหม่มันมากกกกกก
แต่วันแรกแอบหลับ 55555
วันที่2นี่สุดๆอ่ะ โดยเฉพาะเฟรชชี่ไนท์
พรอมกระจายแค่ไหน อันนี้ยิ่งกว่า กร๊ากๆๆๆๆ
พี่ลูกตาลมาด้วยแหละ ร้องเพลงด้วย
แต่ไฉนตาลมะได้ยินเสียงเค้าเลยวะ??
ช่างเถอะๆ...เอาเปนว่าคืนนั้นตาลเต้นมันมากเปนพอ
 
เจอเพื่อนเยอะแยะมากมาย
ทั้งจากที่เตรียม แล้วก้อสมัยประถมที่ไม่ได้เจอกันมา7ปี
เชื่อมั๊ยล่ะว่ายังจำกันได้อ่ะ  หุหุ
ที่เหนก้อมีผึ้ง ตาล อุ๊ย และก้อจิ๊บอีกคน...แค่นี้มั้ง
คิดถึงเพื่อนสมัยประถมว่ะ  แหะๆ
 
อยากเปิดเทอมแล้วๆๆๆ
เพราะว่าว่างเกินไปแล้วววว
เฮ้อ......ตูจะเรียนนอดมั้ยวะ นิติเนี่ย!!
 
 
 
 
 
May 25

Dreams

ฝัน...สิ่งที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้
ฝัน...บางทีก้อเปนเพียงสายลมที่พัดผ่าน
ฝัน...บางทีไม่อาจเปนจริงได้
ฝัน...บางทีก้อไม่เปนในแบบที่ฝัน
 
เคยฝัน มีฝัน ไขว่หา
เฝ้าคอย เวลา ตามฝัน
ฝันแล้ว ล้มแล้ว ช่างมัน
ยืนขึ้น หาฝัน ต่อไป
 
ได้แล้วววววว  นิติ มธ.
มีคนถามมากมายว่าทำไมไม่เลือกจุฬาอันดับ1
รวมถึงแม่ที่ยังบ่นอย่างต่อเนื่องมาเป็นวันที่2
แต่นะ.....เหตุผลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
 
จากนี้ไปอีก4ปี...ของจริงว่ะ!!
 
congrat to เพื่อนๆสินนวน66 ทุกคน รวมถึงทุกคนที่ฝ่าฟันด่านแอดมิดมาได้
 
สุดท้ายๆ
"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชานชน"
 
ท้ายสุดๆ
"กรูติดแล้วโว้ยยยยย 55555"
May 15

to the middle of nowhere

หาก...สามารถหายตัวไปจากโลกใบนี้ได้คงดีสินะ
 
เคยสงสัยมั้ยว่าชีวิตเราเปนของใคร??
 
ถ้าตอบว่าชีวิตเปนของเรา
ถ้างั้นทำไมเราถึงทำทุกอย่างที่อยากทำไม่ได้ล่ะ
ทำไมถึงต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำมากมายเหลือเกิน
 
แล้วถ้าชีวิตเปนของเราจิงๆ
ทำไมชีวิตมันถึงไม่เปนในแบบที่เราอยากให้เปนนะ??
แล้วทำไมชีวิตมันถึงต้องมีข้อจำกัดเยอะเหลือเกิน
 
เหนื่อย...กับการต้องวิ่งตามรอยเท้าคนอื่น
แต่หากไม่วิ่งตามรอยนั้น
ก้อเบื่อกับการถูกมองเปนตัวประหลาด
 
เบื่อ...กับน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความผิดหวังของคุนเต็มที
และแม้อยากจะหนี ก้อหนีไม่พ้น
ทางออกสุดท้ายที่คิดได้ ก้อคือการทำอารมเสียใส่คุน
เพื่อนที่จะหนีจากทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแบบนั้นไป
แต่มันก้อยิ่งทำให้คุนเจ็บช้ำมากขึ้นไปอีก
...ยิ่งคิด ก้อยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้น
 
แล้วจะทำยังไง??
 
ไว้ค่อยคิดได้มั้ย??
 
ตอนนี้ขอแค่มีที่ซักที่
ที่ที่ไม่มีใครรู้จัก
ที่ที่ทำอะไรได้ตามใจ
ที่ที่สามารถนอนลงพักได้อย่างสบายใจ
และบางที...อาจไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย